Copyright 2018 - Division of Planning and Technical Coordinate. All rights reserved

สรุปกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครั้งที่ 2

เรื่อง “การจัดซื้อจัดจ้างพัสดุ”

jeab 

 

โดย นางสาวรุจิราพร แตงผึ้ง

นักจัดการงานทั่วไปปฏิบัติการ ฝ่ายบริหารทั่วไป

 

ร่างพระราชบัญญัติจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ

สรุปสาระสำคัญ

  1. พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับกับหน่วยงานของรัฐทุกแห่ง ได้แก่ ราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ องค์การมหาชน องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ  หน่วยงานอิสระของรัฐ และหน่วยงานอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง เว้นแต่ กรณีดังต่อไปนี้
    1. องค์กรตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐตามรัฐธรรมนูญ
    2. รัฐวิสาหกิจที่ดำเนินการเกี่ยวกับการพาณิชย์โดยตรง ที่มีลักษณะเป็นการผลิตหรือจำหน่าย หรือบริการเพื่อหารายได้
    3. การดำเนินการจัดหายุทโธปกรณ์และการบริการทางทหารโดยวิธีรัฐบาลต่อรัฐบาล
    4. การดำเนินการโดยใช้เงินกู้และเงินช่วยเหลือ ที่สัญญาหรือข้อกำหนดในการให้เงินกู้หรือเงินช่วยเหลือกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น กรณีดังกล่าวให้หน่วยงานของรัฐจัดให้มีกฎหรือระเบียบเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุตามหลักเกณฑ์และแนวทางของพระราชบัญญัตินี้อย่างโดยอย่างน้อยต้องมีหลักการในเรื่องของความคุ้มค่า โปร่งใส มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลและตรวจสอบได้

นอกเหนือจากนี้ การดำเนินใดที่ไม่สามารถปฏิบัติตามแนวทางพระราชบัญญัตินี้ได้ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกาตามข้อเสนอของคณะกรรมการกำหนดนโยบาย

          2. ระเบียบที่ออกตามความในพระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับกับหน่วยงานของรัฐทุกแห่ง เว้นแต่รัฐวิสาหกิจใดจะจัดให้มีระเบียบขึ้นใช้เองก็ให้กระทำได้ โดยต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ และวิธีการที่กำหนดในพระราชบัญญัตินี้โดยต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายก่อนและให้ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา

          3. กำหนดให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ในลักษณะของการทำข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact) ตามโครงการความร่วมมือป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ซึ่งเป็นการทำข้อตกลงร่วมกันระหว่างหน่วยงานของรัฐเจ้าของโครงการและผู้เข้ายื่นข้อเสนอ โดยทั้งสองฝ่ายต้องตกลงกันว่าจะไม่กระทำการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง โดยการจัดให้มีผู้สังเกตการณ์ซึ่งมีความรู้ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ที่จำเป็นต่อโครงการจัดซื้อจัดจ้างนั้น ๆ เข้าร่วมสังเกตการณ์ในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง โดยผู้สังเกตการณ์ต้องมีความเป็นกลาง และไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสียในโครงการจัดซื้อจัดจ้างนั้น

          4. กำหนดให้มีกระบวนการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลางมากยิ่งขึ้น ตั้งแต่ขั้นตอนการเปิดเผย แผนการจัดซื้อจัดจ้างประจำปี การประกาศเผยแพร่ราคากลางในการจัดซื้อ จัดจ้าง การจัดทำประกาศเชิญชวน การกำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาข้อเสนอ การประกาศผลผู้ชนะการเสนอราคา การประกาศยกเลิกการจัดซื้อจัดจ้าง และการทำสัญญา ซึ่งกระบวนการดังกล่าวจะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นต่อสาธารณชนในการเข้ามาตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐได้อย่างเต็มรูปแบบ

          5. กำหนดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาคุณสมบัติของผู้ที่จะเข้ายื่นข้อเสนอหรือเข้าทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ โดยเกณฑ์การประเมินให้พิจารณาจากผลการดำเนินการที่ผ่านมาของผู้ประกอบการเป็นสำคัญซึ่งผู้ที่ไม่ผ่านตามเกณฑ์ที่กำหนดจะถูกระงับการเสนอราคาหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐชั่วคราว ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ในการป้องกันมิให้ผู้ประกอบการที่ไม่มีความพร้อมในการทำงานได้เข้าทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐและยังเป็นการป้องกันมิให้เกิดความเสียหายกับหน่วยงานของรัฐ กรณีที่ผู้ประกอบการไม่มีความพร้อมในการทำงานอันอาจจะทำให้ไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญาให้แล้วเสร็จและนำไปสู่การลงโทษให้เป็นผู้ทิ้งงานต่อไปในภายหลัง

          6. กำหนดเกณฑ์ในการพิจารณาข้อเสนอ โดยไม่จำเป็นต้องใช้ราคาต่ำสุดเสมอไป แต่ให้พิจารณาคุณภาพประกอบราคาได้ ซึ่งจะทำให้หน่วยงานของรัฐได้พัสดุที่มีคุณภาพและเป็นประโยชน์ต่อหน่วยงานมากที่สุด อีกทั้งยังก่อให้เกิดความคุ้มค้าต่อภารกิจของรัฐซึ่งสอดคล้องกับหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีอีกด้วย

          7. กำหนดให้มีกระบวนการร้องเรียนและอุทธรณ์ กรณีที่พบว่าหน่วยงานของรัฐ มิได้ปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในพระราชบัญญัตินี้ ให้ร้องเรียนต่อหน่วยงานผู้จัดซื้อจัดจ้างโดยตรง และเมื่อหน่วยงานผู้จัดซื้อจัดจ้างงมีคำวินิจฉัยแล้ว หากผู้ร้องเรียนไม่พอใจผลการวินิจฉัยก็สามารถอุทธรณ์ต่อไปยังคณะกรรมการตามพระราชบัญญัตินี้ได้อีก

          8. กำหนดเรื่องบทลงโทษ กรณีที่เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตามพระราชบัญญัตินี้โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้โดยทุจริต ต้องระวางโทษตามที่กำหนดไว้สำหรับการกระทำความผิดนั้นและหากการกระทำความผิดนั้นเกิดจาการสั่งการหรือไม่สั่งการของผู้มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบในการดำเนินการหรือไม่สั่งการของผู้มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบในการดำเนินการในเรื่องนั้น ผู้มีอำนาจหน้าที่นั้นต้องรับโทษเป็นสองเท่าของความผิดที่กำหนดไว้

 

การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภายในหน่วยงาน

วิธีการจัดซื้อจัดจ้าง

  1. วิธีตกลงราคา วงเงินงบประมาณไม่เกิน 100,000 บาท
  2. วิธีสอบราคา วงเงินงบประมาณเกิน 100,000 บาท
  3. วิธีประกวดราคา วงเงินงบประมาณเกิน 2,000,000 บาท
  4. วิธีพิเศษ วงเงินงบประมาณเกิน 100,000 บาท แต่มีเงื่อนไข
  5. วิธีกรณีพิเศษ ไม่กำหนดวงเงินแต่มีเงื่อนไข
  6. วิธี e-Auction วงเงินงบประมาณตั้งแต่ 2,000,000 บาท ขึ้นไป  

    การจัดหาโดยวิธีที่ไม่มีการแข่งขันราคา

    1. วิธีตกลงราคา
    2. วิธีพิเศษ
    3. วิธีกรณีพิเศษ

    การจัดหาโดยวิธีการแข่งขันราคา

    1. วิธีสอบราคา
    2. วิธีตลาดอิเล็กทรอนิกส์ (e-market)
    3. วิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)

    การซื้อการจ้างโดยวิธีการตกลงราคา กรณีจำเป็นเร่งด่วน  (ระเบียบฯ ข้อ 39 วรรคสอง)

             เป็นการจัดซื้อจัดจ้างที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้คาดหมายไว้ก่อน และไม่อาจดำเนินการตามแผนปกติได้ทันตามความต้องการใช้พัสดุ

             1. ขั้นตอนการดำเนินการ มีดังต่อไปนี้

               (1)  เป็นกรณีจำเป็นเร่งด่วนที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้คาดหมายไว้ก่อน

               (2)  ไม่อาจดำเนินการตามแผนปกติได้ทันตามความต้องการใช้พัสดุ

               (3)  เจ้าหน้าที่พัสดุหรือเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบในการปฏิบัติงานนั้นดำเนินการไปก่อน

               (4)  เจ้าหน้าที่พัสดุหรือเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบในการปฏิบัติงานนั้น จัดทำรายงานขอความเห็นชอบต่อหัวหน้าส่วนราชการ

               (5)  หัวหน้าส่วนราชการพิจารณาให้ความเห็นชอบ

               (6)  ถือรายงานที่หัวหน้าส่วนราชการให้ความเห็นชอบ เป็นหลักฐานการตรวจรับ

             2. การดำเนินการเบิกจ่ายเงิน

               เมื่อได้ดำเนินการจัดหาพัสดุเสร็จเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่พัสดุต้องดำเนินการรวบรวมหลักฐานอันเป็นเอกสารแห่งหนี้ที่เกี่ยวกับการดำเนินการจัดหาพัสดุ เพื่อส่งให้แก่หน่วยงานการเงินเพื่อดำเนินการเบิกจ่ายเงินให้แก่เจ้าหนี้หรือผู้มีสิทธิรับเงินต่อไป

f t g m